รัสเซีย สุดช็อค เดนมาร์ก แรงนัดสุดท้ายไล่อัด 4-1 พลิกเข้ารอบ

[vc_row pix_particles_check=””][vc_column][vc_column_text]Russia 1-4 Denmark - รัสเซีย สุดช็อค เดนมาร์ก แรงนัดสุดท้ายไล่อัด 4-1 พลิกเข้ารอบ

เดนมาร์ก พลิกสถานการณ์จากทีมบ๊วยของกลุ่ม รัวถล่ม รัสเซีย 4-1 ทำให้ทีม โคนม หักอกหมีขาวปาดเข้ารอบ 16 ทีมตาม เบลเยี่ยม แชมป์กลุ่มบี ในศึกฟุตบอล ยูโร 2020 นัดสั่งลารอบแบ่งกลุ่ม

ครึ่งแรก เดนมาร์ก พังประตูแรกสำเร็จ บอลจาก ฮอยจ์เบียร์จ จ่ายไปให้ มิคาเอล ดามส์การ์ด ปั่นไซ้โค้ง 20 หลา พุ่งเข้าตาข่ายอย่างสุดสวย และกลายเป็นประตูเดียวในครึ่งแรกให้ เดนมาร์ก ออกนำ 1-0

ครึ่งหลังเป็นของ เดนมาร์ก มาได้ประตูนำห่างนาทีที่ 59 บอลจาก โรมัน ซ็อบนิน ตวัดจ่ายพลาดไปเข้าทาง ยุสซุฟ โพลเซน ดักรอเก็บกินก่อนซัดตุงตาข่ายหนีเป็น 2-0

รัสเซีย ไล่มาติดๆ จากจุดโทษนาทีที่ 70 บอลเล่นเร็วถึง อเล็กซานเดอร์ โซโบเลฟ โดน ยานนิค เวสเตอร์การ์ด รวบล้มในเขตโทษ เป็น อาร์เตม ซูย์บา กัปตันทีมสังหารจุดโทษไม่พลาด รัสเซีย ไล่มาเป็น 2-1

เดนมาร์ก ต้องจารึกผลงานนัดนี้ไว้ ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย โอกาสทำประตูหนีห่างนาทีที่ 80 อันเดรียส คริสเตนเซน เติมขึ้นสูงหวดบอลไกลจากหน้ากรอบเข้าประตู เดนมาร์ก หนีอีกครั้งเป็น 3-1

นาที 82 เดนมาร์ก ความขยันของ ปิแอร์-เอมิล ฮอยจเบียร์จ แย่งบอลตรงกลาง ไหลต่อไปให้ โยอาคิม เมห์เล พาบอลลุยเข้าเขตโทษ ก่อนยิงยัดไปเสาแรก เข้าประตูเป็น 4-1 แฟนบอลในสนามเฮลั่นสะใจสุดขีดชนิดสนามแทบแตก

จบเกม รัสเซีย แพ้ เดนมาร์ก 4-1 พลิกจากทีมรองจ่าฝูงหล่นไปเป็นทีมบ๊วย ขณะที่ เดนมาร์ก สร้างผลงานพลิกจากทีมบ๊วยจบด้วยรองแชมป์ของกลุ่มบี ซึ่งมี 3 ทีมที่มีคะแนนเท่ากัน แต่ เดนมาร์ก ทำประตูได้เสียดีกว่าจากการรัวถล่มนัดสุดท้าย

ตารางคะแนน

Russia 1-4 Denmark SCOREBOARD TABLE ตารางคะแนน

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

รัสเซีย (3-4-2-1): มัตเวย์ ซาโฟนอฟ, อีกอร์ ดีเวเยฟ, จอร์จี ชิคิยา, ฟีดอร์ คุดเรียชอฟ (วียาเชสลาฟ คาราวาเยฟ น.67), มาริโอ เฟอร์นันเดซ, มาโกเม็ด ออซโดเยฟ (รีฟัต จีมาเลตดีนอฟ น.61), โรมัน ซ็อบนิน, ดาเลียร์ คูซยาเยฟ (มัคซิม มูฮิน น.67), อเล็กเซย์ มิรานชุค, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน, อาร์เต็ม ซูย์บา

เดนมาร์ก (3-4-3): แคสเปอร์ ชไมเคิล, อันเดรียส คริสเตนเซน, ซิมอน เคียร์, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด,ดาเนียล วาส (เยนส์ ลาร์เซน น.60), ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบียร์จ, โธมัส เดลานีย์ (มาทิอัส เยนเซน น.86), โยอาคิม เมห์เล, มาร์ติน เบรธเวท (อันเดรียส คอร์เนลิอุส น.85), ยุสซุฟ โพลเซน (แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก น.60), มิคาเอล ดามส์การ์ด (คริสเตียน นอร์การ์ด น.72)[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

Like this article?

Share on facebook
Share on Facebook
Share on twitter
Share on Twitter
Share on linkedin
Share on Linkdin
Share on pinterest
Share on Pinterest