อังกฤษ อย่างโหด ไล่บด ยูเครน 4-0 ลิ่วตัดเชือกโคนม

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

Round of 8 - Ukraine 0-4 England - อังกฤษ อย่างโหด ไล่บด ยูเครน 4-0 ลิ่วตัดเชือกโคนม

ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย สิงโตคำราม อังกฤษ ที่ผ่านเข้ารอบหลังไล่บี้ เยอรมนี ที่ เวมบลีย์ พบ ยูเครน ที่ปราบทีม สวีเดน ในรอบที่แล้ว ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก, กรุงโรม อิตาลี

เปิดฉากครึ่งแรก แค่นาทีที่ 4 อังกฤษ ทะยานออกนำอย่างรวดเร็ว ราฮีม สเตอร์ลิง เก็บบอลทางซ้ายโยกตัดเข้าในได้ช่องแทงเข้าเขตโทษให้ แฮร์รี เคน หลุดกับดักล้ำหน้าทิ้งตัวทิ่มด้วยขวาแฉลบ จอร์จี บุชชาน เปลี่ยนทาง เป็นประตูขึ้นนำ 1-0

ยูเครน ตอบโต้บ้าง นาทีที่ 17 จากความผิดพลาดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ จ่ายคืนหลังเบาโดน โรมัน ยาเรมชุค สอดมาฉกกระชากเข้าเขตโทษได้ช่องซัดด้วยซ้ายยัดโคนเสาแรกติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผวาปัดทิ้งนิดเดียว

ผ่านไป 20 นาที อังกฤษ ทำได้ดีกว่าชัดเจน จังหวะที่ เจดอน ซานโช พาบอลแหวกลุยขึ้นมาฝากออกซ้ายถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ดึงจังหวะป้ายต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมาตบเข้าเขตโทษ บอลย้อนหลังเพื่อนผ่านหน้าประตูออกไป

ก่อนหมดครึ่งแรก อังกฤษ หวิดงานเข้า จากความผิดพลาดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ จอร์แดน พิคฟอร์ด ประมาทปล่อยให้ โรมัน ยาเรมชุค สอดมาฉกบอลตบเร็วเข้าใน โชคดีมี จอห์น สโตนส์ ตามมาช่วยได้ทัน หมดครึ่งแรก ยูเครน ตามหลัง อังกฤษ 1-0

ครึ่งหลัง เริ่มต้นไม่ถึงนาที อังกฤษ ได้ประตูเพิ่ม จากฟรีคิกทางซ้าย ลุค ชอว์ ปั่นบอลโค้งลึกมาเสาไกลให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เบียดเอาชนะ มีโคล่า มัตวิเยนโก สอดมาโขกซุกหน้าต่างเสาไกล นำเป็น 2-0

นาทีที่ 50 อังกฤษ ยังมันส์แข้ง หนีห่างอีกครั้ง  จังหวะ ลุค ชอว์ สอดบอลหยอดโค้งเข้ากลางประตูถึง แฮร์รี เคน โหม่งในกรอบ 6 หลาตุงตาข่าย หนีห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 63 อังกฤษ ยำเพิ่มเป็น 4-0 ตามคาด จากลูกเตะมุมทางขวา เมสัน เมาน์ท ครอสมากลางประตูเข้าหัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาโขกแบบไร้ตัวประกบบอลตกพื้นเด้งเข้าประตูไม่เหลือ อังกฤษ ทิ้งห่างเป็น 4-0

จบเกม อังกฤษ ไล่ถล่ม ยูเครน 4-0 สมราคาทีมเต็งแชมป์ ทำให้ สิงโตคำราม ลอยลำเข้ารอบตัดเชือก ไปพบกับ เดนมาร์ก ในวันที่ 7 กรกรฎาคม

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

ยูเครน (3-4-1-2) : จอร์จี้ บุชชาน, อิลิย่า ซาบาร์นยี, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ (วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ น.35), มีโคล่า มัตวิเยนโก, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, เซอรเก ซีดอร์ชุค (เยฟเฮน มาคาเรนโก น.64), วิตาลี่ มิโคเลนโก, ทาราส สเตปาเนนโก, อังเดร ยาร์โมเลนโก, โรมัน ยาเรมชุค

อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ (คีแรน ทริปเปียร์ น.65), เดแคลน ไรซ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.57), คัลวิน ฟิลลิปส์ (จู๊ด เบลลิงแฮม น.65), เจดอน ซานโช, เมสัน เม้าน์ท, ราฮีม สเตอร์ลิง (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.65), แฮร์รี เคน (โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน น.73)

Recent Posts